New Thai association for emergency medicine web site

Posted in Thailand Doctors about 1 year ago, 3 replies

Thai Associaton for emergency medicine has moved to the new site!

If you want to get information about emergency medicine in thailand; please go to http://www.taem.or.th/
Avatar_thumbnail
Dear Sir,

my name is " Sudhir Kumar Upadhayay.I am citizen of "Thailand". I am currently finish my M.D. course from University of Medicine and Pharmacy "Victor Babes" Timisoara "Romania ". I finish my courses by this year (2008).

Sir i want to do job with you . So i want to know what other documents i have to send and how can i will get this opportunity for Pg courses?a Please help me.

Hope to hear u soon.

Thank you

regards,

Sudhir Kumar Upadhayay

e-mail= skupadhayay@gmail.com
Avatar_thumbnail
HI
YOu mean you want to work as a doctor in Thailand?? Or you want to take course in EM?? I might be able to help, is it too late??
First you've got to have thai medical license that you have to sit on the exam.
ANy help you can ask thai medical cousel www.tmc.or.th
Okay, good luck
Avatar_thumbnail
หลังจากภาค 1 ที่ได้เล่าสู่กันฟังไปแล้วนะคะ ในเรื่องของการฉ้อโกงไร้จรรยาบรรณของบัตรชีววัฒนะที่ไม่มีข้อมูลประวัติผู้ ป่วยที่เชื่อมโยงกันระหว่างโรงพยาบาลในเครือ แต่โฆษณาว่าบัตรนี้ใช้ได้ทั่วประเทศทุกโรงพยาบาลในเครือ รวมถึงการบริการตั้งแต่พนักงานรับโทรศัพท์ที่ไม่มีความรู้เรื่องบัตรข้างต้น พนักงานต้อนรับที่ทักทายลูกค้าอย่างหน้าตาเฉยว่า “มาตรวจมะเร็งใช่มั๊ยคะ” คุณหมอก็งงคลิ๊กคอมพิวเตอร์แล้วบ่นพรึมพรัมว่า ทำไมไม่มีประวัติคนไข้ สุดท้ายเห็นด้วยกับดิฉันว่า จริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ก่อนก็ได้ จนถึงเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ตรวจการทั่วไปจนระดับหัว หน้าที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรให้ลูกค้า

ดิฉันในฐานะผู้ป่วยไม่ต้องการได้อะไรจากโรงพยาบาลนี้อีกแล้ว ขอเงินค่าบัตร perfect diamond 30,000. – บาทของดิฉันคืนมา ไม่มีใครสักคนในโรงพยาบาลตั้งแต่พนักงานรับโทรศัพท์ไปจนเจ้าหน้าที่ต้อนรับ เจ้าหน้าที่ดูแลบริการลูกค้าและแพทย์ ที่จะทำให้ดิฉันรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจว่าจะดูแลอาการป่วยของดิฉันได้อย่าง ปลอดภัย จะเป็นสมาชิกไปทำไมในเมื่อไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นอะไร ป่วยเป็นโรคอะไร ทั้ง ๆ ที่ก็เคยตรวจไปแล้วที่ภูเก็ต และต้องการติดตามอาการที่กรุงเทพฯ (ก็อย่างที่โฆษณาน่ะค่ะ บัตรนี้ใช้ได้ทั่วประเทศ) แล้วก็โทรฯมาบอกก่อนแล้วทั้งประวัติ ทั้งรายละเอียดทุกอย่าง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของลูกค้าหรือผู้ป่วยที่ต้องนั่งเล่าเรื่องตนเองให้ตั้งแต่ พนักงานรับโทรศัพท์ฟัง เจ้าหน้าที่ แพทย์ ผู้ดูแลบริการลูกค้า แต่ดิฉ้นก็ต้องทำ จนแล้วจนรอด ลูกค้าอาจจะไม่รอด ถ้าคุณไม่มีประวัติผู้ป่วย(สมาชิก) ของคุณ โดยเฉพาะในศาสตร์การแพทย์ ก็แสดงว่าคุณออกนโยบายบัตรชีววัฒนะที่ใช้ได้ทั่วประเทศ ไว้โกงผู้ป่วย และในที่สุดผู้ป่วยก็อาจ “ตาย” ในมือคุณ อย่างที่ดิฉันเขียน ถ้าดิฉันตรวจอาการของตนเอง ดิฉันถามหน่อยว่า แพทย์ที่ไม่รู้ข้อมูลเก่าของดิฉัน จะรู้หรือไม่ว่า อาการดิฉันแย่ลง หรือ ดีขึ้น

หลังจากเสียเวลาทั้งวัน ณ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เราได้แต่คำว่าขอโทษ สัญญาว่าจะติดต่อกลับในวันรุ่งขึ้นก็ไม่มี ผ่านไปประมาณ 3 อาทิตย์ จนกระทั่งย่างเข้าอาทิตย์ที่ 4 หลังจากที่ดิฉันได้เขียนบทความเกี่ยวกับความไม่มีจรรยาบรรณของบัตรชีววัฒนะ ของโรงพยาบาลกรุงเทพบนเว็บไซด์ซึ่งตอนนี้ ขึ้นอันดับ 1,2,3 ในหลายเว็บไซด์ทั่วโลกหากคุณพิมพ์คำว่า “จรรยาบรรณ” “โรงพยาบาลกรุงเทพ” “การบริการ” “บัตรชีววัฒนะ” บทความของดิฉันขึ้นอันดับเพราะมีคนเข้าเยี่ยมชมมากมาย รวมถึงบทความนี้ได้รับการตอบรับจากเว็บไซด์ของโรงพยาบาล 5 ดาวหลายแห่ง และอีกไม่นานดิฉันจะเขียนเป็นภาคภาษาอังกฤษ และยังมีผู้หวังดีต้องการแปลให้ดิฉันเป็นอีกหลายภาษา รวมถึงดิฉันจะทำเป็น model ไว้สอนนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท รวมถึงจะนำ model นี้ไปอบรมเป็นกรณีศึกษาให้กับโรงพยาบาลที่ดิฉันเป็นที่ปรึกษาให้ รวมถึงอีกหลายโรงพยาบาลที่เชิญดิฉันไปอบรมให้ และไม่ว่าดิฉันจะได้รับเชิญไปที่ใดก็จะติด model นี้ไปด้วย เพราะเป็น model ที่ใช้ได้ในงานบริการทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์สาขาใดก็ตาม model นี้ชื่อว่า “you got a cancer – terrible service recovery of Bangkok Hospital’

ในที่สุดย่างเข้าอาทิตย์ที่ 4 คุณภัทรวรรณ เธอบอกว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลความปลอดภัยของลูกค้า โทรฯมาหาดิฉัน ขอเป็นตัวแทนของผู้บริหารกล่าวคำขอโทษซึ่งดิฉันใช้เวลากับคุณภัทรวรรณประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ทางโทรศัพท์ ยังไม่ถึงสิบนาทีแรกก็ทราบอีกแล้วว่าเธอก็ไม่ได้ทราบเลยว่าดิฉันเป็นโรคอะไร ใช้บริการไปเท่าไหร่แล้ว เพียงแค่ทราบเรื่องคร่าว ๆ แล้วก็ถูกบริหารที่เอาตนเองหลบอยู่ใต้กระโปรงและกางเกงของผู้ใต้บังคับบัญชา สั่งให้โทรฯมาขอโทษ และบอกว่าจะให้ gift voucher

ดิฉันถามกลับว่า “หากสามีหรือภรรยาคุณมีภรรยาน้อยหรือมีสามีน้อย มา 3 อาทิตย์แล้ว เขาหรือเธอแค่โทรฯกลับมาบอกขอโทษ คุณว่ามันเพียงพอมั๊ย” นี่แหละ ความรู้สึกของความผิดหวังของการแก้ไขปัญหาที่ลูกค้า (ผู้ป่วย) กำลังเผชิญอยู่

ส่วนเรื่อง gift voucher ดิฉันถามกลับว่า “สถานการณ์เดิมของภรรยาน้อยและสามีน้อย เผอิญว่าเกิดมีลูกกันขึ้นมา แล้วนำลูกมาให้คุณเลี้ยง คุณจะรับมั๊ยคะ” นี่แหละ อารมณ์ของการได้รับ gift voucher อย่ามาบังคับกันได้หรือไม่คะ เพราะบอกว่าแล้วว่าไม่อยากได้อะไรทั้งสิ้น เอาเงิน 30,000. – บาทคืนมา

ดิฉันคุยกับคุณภัทรวรรณยาว จนเธอคงเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าดิฉันเพียงต้องการความถูกต้อง ความมีจรรยาบรรณที่ผู้บริหารของโรงพยาบาลกรุงเทพควรรับผิดชอบ คำถามสุดท้าย ดิฉันถามว่า “คุณคิดว่าโรงพยาบาลกรุงเทพ ทำผิดหรือไม่” เธออ้ำอึ้งว่า “ก็สื่อสารผิดพลาด แต่ก็ไม่ถึงกับผิด” ดิฉันกลับถาม “ถ้าไม่ผิด แล้วผู้บริหารจะสั่งให้คุณโทรมาขอโทษทำไม” เธออ้ำอึ้งอีกตามประสาการทำงานแบบไทย ๆ แบบสีเทา ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ พูดอะไรอยู่ ขอโทษไปทำไม ขอโทษอย่างไร ถูกสั่งมาแบบนี้ก็ทำแบบนี้ ส่วนผู้บริหารก็ไม่ได้ใส่ใจหรือแคร์ลูกค้าหรอก เพราะเขาได้เงินเดือนเป็นแสน ๆ ทุกสิ้นเดือนอยู่แล้ว จะไปแคร์อะไร แต่ในที่สุด คุณภัทรวรรณ ก็เข้าใจว่า หากโรงพยาบาลไม่ผิด ผู้บริหารคงไม่มอบหมายให้โทรฯมาขอโทษ แล้วเธอก็รับอาสาที่จะไปพูดคุยกับผู้บริหารอีกครั้งและรับปากว่าจะโทรฯมา แจ้งผลในอาทิตย์ถัดไป (วันอังคารที่ 18 สิงหาคม)

ดิฉันได้รับแจ้งว่าคนที่จะโทรฯมาแจ้งผลชื่อคุณนาฎกมล จากโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

วันพุธที่ 19 สิงหาคมดิฉันได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่คุณนาฏกมล แจ้งว่าวันที่ 18 สิงหาคมโทรฯหาดิฉันแต่ดิฉันไม่ได้รับสาย ขอโทษนะคะ เวลาโทรฯมาคือประมาณ สองทุ่มค่ะ ณ เวลานั้น ณ ที่นครปฐม แถว ๆ มหิดล ฝนตกหนัก ไฟดับหมด ดิฉันถามกลับว่า “เวลาที่คุณโทรฯหาลูกค้าควรจะเป็นเวลากี่โมงไม่ทราบค่ะ โดยเฉพาะลูกค้าที่กำลังได้รับการบริการที่แย่จากคุณ คงไม่ใช่ 2 ทุ่มใช่หรือไม่” ก็ได้แต่ขอโทษตามเคย ในที่สุดดิฉันขอสายคุณนาฎกมล ซึ่งพูดคุยกันอีกประมาณ เกือบ 3 ชั่วโมงในแนวทางเดียวกันกับคุณภัทรวรรณ คุณนาฏกมลบอกดิฉันว่า รองผู้อำนวยการ เข้าใจว่าชื่อว่า นายบดิล เข้าใจว่าเป็น อาจารย์บดิล บดอกอะไรดิฉันก็จำชื่อไม่ค่อยได้หรอกค่ะ

อาจารย์บดิล หรือบดอก รองผู้อำนวยการบอกว่า หากลูกค้าใช้บริการไปแล้ว ก็คืนเงินไม่ได้ ก็ประมาณถามกลับว่าดิฉันจะเอาอย่างไร ดิฉันก็ไม่เอาอย่างไรหรอกค่ะ เอาเงิน 30,000. – ของดิฉันคืนมา เงินของดิฉันที่เสียไป มาจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไร้จรรยาบรรณ การบริการที่ไร้จรรยาบรรณ พนักงานไม่มีความรู้ ไม่มีมารยาท บัตรที่ไม่มีระบบรองรับ บัตรที่ในที่สุดลูกค้าอาจไม่มีความปลอดภัยในการรับการรักษา บัตรที่ทำให้ดิฉันเสียเวลา เสียความรู้สึก เสียเงิน เสียการวางแผนชีวิต เพราะดิฉันต้องเดินทางบ่อย จึงได้ตัดสินใจซื้อบัตรนี้ ดิฉันถามกับคุณนาฏกมลว่า “คุณนาฎกมลค่ะ อาจาย์บดิล บดอก รองผู้อำนวยการ คงไม่ได้ใช้เวลานานในการตัดสินใจง่าย ๆ ว่า หากลูกค้าใช้บริการไปแล้ว ก็คืนเงินไม่ได้ การตัดสินใจแบบนี้ คงไม่ต้องใช้ความเป็น อาจารย์ หรือ หมอ หรือตำแหน่งทางวิชาการใด ๆ อะไรมาพูดหรอกจริงหรือไม่ค่ะ เด็กปัญญาอ่อนก็คงพอจะพูดคำมาตรฐานนี้ได้ ดิฉันสงสาร โรงพยาบาลที่ต้องจ้าง คนระดับอาจารย์ มาเป็น รองผู้อำนวยการ เพื่อตัดสินใจอะไรที่ไม่ต้องใช้สมองขนาดนี้” ดิฉันเข้าใจว่าคุณนาฎกมลเข้าใจความรู้สึกของดิฉันบ้างภายในเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงที่พูดคุยกัน ซึ่งดิฉันเป็นคนที่งานเยอะก็จริง แต่กับเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ดิฉันถือว่าเวลาเป็นการลงทุน และดิฉันก็ยอมที่ไม่หลับไม่นอนเพื่อต่อสู้ค่ะ คุณนาฎกมลรับปากดิฉันอีกเป็นคนที่สอง ที่จะเป็นตัวแทนให้ผู้ป่วย / ลูกค้า ไปพูดคุยกับ ผู้บริหารอีกครั้ง เพื่อให้คืนเงินดิฉันจำนวน 30,000. – บาท

วันที่ 28 สิงหาคมดิฉันได้รับโทรศัพท์จากคุณนาฎกมล และบอกว่า โรง พยาบาลกรุงเทพยินดีจะคืนเงินให้ แต่ดิฉันต้องเซ็นเอกสารที่แนบมาให้ ดิฉันอยากให้สังคมได้รับรู้ จึงได้แนบเอกสารมาให้ทุกท่านดูด้วยว่า โรงพยาบาลกรุงเทพมีผู้บริหารขี้โกง ไร้จรรยาบรรณ และหน้าด้านขนาดไหน ทำผิด แต่ไม่กล้ารับผิด (และเรามาติดตามภาคต่อไป ว่าดิฉันตอบกลับอย่างไร)

Nate-tra Dhevabanchachai, Honorary Advisor / Director, Mai-BS (THAILAND)

http://mai-bs.com

Nate-tra Dhevabanchachai, Program Director at Travel Industry Management Division and Acting General Manager at Salaya Pavilion Hotel and Training Center at Mahidol University International College http://www.mahidol.ac.th

————————————————————————————————————————————————————————–

From: Nartkamol Chamratkan [mailto:nartkamol@bgh.co.th]
Sent: Friday, August 28, 2009 5:20 PM
To: Natetra
Subject: บันทึกข้อตกลง
Sensitivity: Private
เพื่อพิจารณาค่ะ
—————————————————————————————————————————–

บันทึกข้อตกลง

วันที่ ……………………………….

ทำที่ ………………………………………..

บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้นที่ วันที่ และ ณ สถานที่ดังกล่าวข้างต้น ระหว่าง

บริษัท ……………………………………….. โดย …………………………………………………………..

ผู้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนบริษัท สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ……………………………………….

………………………………………………………………….. (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ฝ่ายที่ 1”) และ

นาย/นาง/นางสาว………………………….………………. อายุ ….…. ปี ถือบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ………………………………..…….. ออกให้โดย ………………………………………………………

วันบัตรหมดอายุ ………………..……….. อยู่เลขที่ ………………………….…………………………..

……………………………………………………………………..…. (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ฝ่ายที่ 2”)

โดยที่ ฝ่ายที่ 2 ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกบัตรชีววัฒนะ รุ่น ……………………….. มูลค่า …………….บาท (…………………………………………… บาท) เพื่อรับสิทธิประโยชน์พิเศษจากเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

ไว้เมื่อวันที่ ………………………. รายละเอียดของสิทธิประโยชน์ของสมาชิกบัตรชีววัฒนะ ปรากฏตาม ……………………………….. นั้น และ โดยที่ ฝ่ายที่ 2 ได้ใช้และรับสิทธิประโยชน์ตามบัตรชีววัฒนะจากฝ่ายที่ 1 เป็นจำนวนเงิน ……………………….บาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ ………………………. และ ปรากฏว่า ได้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสิทธิประโยชน์ของสมาชิกบัตรชีววัฒนะ ทำให้ฝ่ายที่ 2 รู้สึกว่าบริการของฝ่ายที่ 1 และ โรงพยาบาลในเครือของฝ่ายที่ 1 ที่ฝ่ายที่ 2 ต้องการรับเพิ่มเติมนั้น ไม่เป็นไปตามความคาดหมายของฝ่ายที่ 2

…………………………………………………………….(ฝ่ายที่1) , …………………..…………………(ฝ่ายที่2)

หน้า1/3

คู่สัญญาจึงได้ตกลงกันดังนี้

1.ฝ่ายที่ 1 ยินดีให้ความช่วยเหลือ ฝ่ายที่ 2 เป็นเงินจำนวน …………………บาท (………………….. บาท)

(ดิฉัน ในฐานะผู้ป่วยขอเสริมตรงนี้ว่า ไม่ทราบว่าโรงพยาบาลกรุงเทพ เข้าใจผิด หรือ สำคัญตนผิด ที่คิดว่าเงินนี้เป็นการช่วยเหลือ หากคุณคิดจะปกปิดความผิดของตน โดยใช้ภาษาที่ทำให้โรงพยาบาลดูดี เพื่ออยู่เหนือความผิด ดิฉันคิดว่าคุณควรจะนั่งสมาธิสักหน่อยเพื่อทบทวนว่าตนเองทำอะไรไว้ ไม่อย่างนั้นก็กรุณาบอกพนักงานของคุณทุกคนด้วยว่า โรงพยาบาลกรุงเทพ มีปรัชญาในการทำงานคือ “ทำอะไรก็ได้ให้ดูดี บนความไร้จรรยาบรรณทั้งมวล)

2.ฝ่ายที่ 2 ตกลงได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากฝ่ายที่ 1 ไว้ครบถ้วนแล้ว ในวันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดย ฝ่ายที่ 2 เข้าใจเป็นอันดีว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือเท่านั้น มิได้หมายความว่าฝ่ายที่ 1 รับผิดชอบในความเสียหายแก่ฝ่ายที่ 2 อันเนื่องมาจากความบกพร่อง หรือ ความไม่ถูกต้อง
ในการให้บริการของฝ่ายที่ 1 หรือ โรงพยาบาลในเครือของฝ่ายที่ 1 หรือ บุคลากรของโรงพยาบาล
แต่อย่างใดทั้งสิ้น

3.ฝ่ายที่ 2 ตกลงจะไม่เรียกร้อง กล่าวหา ร้องเรียน ต่อหน่วยงานใด ๆ ไม่ว่าในส่วนของภาครัฐ หรือภาคเอกชน และจะไม่ดำเนินคดีไม่ว่าทั้งในทางแพ่ง หรือทางอาญาต่อฝ่ายที่ 1 หรือ โรงพยาบาล
ในเครือของฝ่ายที่ 1 หรือ ต่อแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของฝ่ายที่ 1 หรือ ของโรงพยาบาลในเครือของฝ่ายที่ 1 เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือเรียกร้องเรื่องอื่นใดอันเนื่องมาจากเรื่องดัง กล่าวข้างต้น และ/หรือ เรื่องที่เกี่ยวกับบัตรชีววัฒนะ และ/หรือ บริการของฝ่ายที่ 1 และหรือ ของโรงพยาบาลในเครือของ ฝ่ายที่ 1 ทั้งสิ้น

4.ฝ่ายที่ 2 ตกลงที่จะรักษาข้อความในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และ/หรือ ที่เกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ไว้เป็นความลับที่สุด และจะไม่เปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้โดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรของ ฝ่ายที่ 1 ก่อนล่วงหน้าเป็นอันขาด

…………………………………………………………….(ฝ่ายที่1) , …………………..…………………(ฝ่ายที่2)

หน้า2/3

จึงลงนามไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน

บริษัท ………………………..……………. จำกัด (“ฝ่ายที่ 1”)

ลงชื่อ …………………………………. ผู้รับมอบอำนาจ

( …………..…………………….)

ลงชื่อ …………………………………. (“ฝ่ายที่ 2”)

(…………………………………)

ลงชื่อ …………………………………. พยาน

(………………………………….)

ลงชื่อ …………………………………. พยาน

(………………………………….)

น้

หน้า3/3
Avatar_thumbnail

Write a Reply


Your Name

Your Location in The World

Example: Seattle, WA
Optional: You may login or register for email notifications and to add a profile pic.

Show HTML Controls

I have photo(s) to upload with this reply.

Please Confirm You are Human

simple_captcha.jpg
(type the code from the image)